คนเลี้ยงกุ้งเตรียมยื่นหนังสือ รมว.เกษตรฯ หลังมาเลเซียระงับนำเข้า 5 สายพันธุ์

2026-06-03    https://www.thaipbs.or.th/news/content/506650 HaiPress

เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศเตรียมยื่นหนังสือถึง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ผ่านอธิบดีกรมประมง เรียกร้องให้เร่งเจรจากับมาเลเซียภายใน 7 วัน หลังประกาศระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและตลาดส่งออกมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

วันนี้ (3 มิ.ย.2569) จากการที่กระทรวงเกษตรและความมั่นคงด้านอาหารแห่งประเทศมาเลเซีย (KPKM) ได้ประกาศบังคับใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าประมงจากประเทศไทยอย่างเข้มงวด โดยมีคำสั่งระงับการนำเข้าชั่วคราวสำหรับกุ้งจำนวน 5 สายพันธุ์หลัก ได้แก่

กุ้งลายเสือกุ้งแชบ๊วยกุ้งขาวแวนนาไมกุ้งกุลาดำกุ้งน้ำเงิน

ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตลอดจนกำหนดให้การนำเข้าปลากะพงขาวจากประเทศไทยจะต้องมีเอกสารใบรับรองผลการวิเคราะห์ความปลอดภัยทางอาหารแนบมาด้วยนั้น

มาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและทันทีต่อกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะใน จ.สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี นราธิวาส และบางส่วนของนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกุ้งเพื่อการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียเป็นหลัก

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า มาตรการนี้ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตกค้างและไม่มีตลาดรองรับคิดเป็นปริมาณสูงถึงวันละ 100 - 150 ตัน หากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อโดยไม่มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ราคากุ้งหน้าฟาร์มภายในประเทศตกต่ำลงทั้งระบบ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนต่อรายได้ของเกษตรกรรายย่อยเป็นอย่างมาก

ด้านสมาคมกุ้งไทยจึงได้ทำหนังสือเร่งด่วนถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้รัฐบาลไทยเปิดการเจรจากับทางการมาเลเซียในการขอผ่อนปรนหรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน

พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการนี้อาจเป็นการตอบโต้ทางการค้า เนื่องจากที่ผ่านมาทางกรมประมงของไทยมีการกักตรวจและตรวจสอบการนำเข้าปลากะพงจากประเทศมาเลเซียที่เข้มงวดและใช้ระยะเวลานานถึง 14 วัน จนอาจถูกมองว่าเป็นการกีดกันทางการค้า

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ นายปรีชา สุขเกษม ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จ.สงขลา และ นายมานิตย์ อินทองปาน ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จ.ตรัง ร่วมกันระบุว่า ตลาดมาเลเซียถือเป็นตลาดหลักในการดูดซับผลผลิตกุ้งจากภาคใต้ตอนล่างในปริมาณสูงถึงปีละ 8,000 - 10,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาท

การสั่งระงับการนำเข้าในช่วงที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดในปริมาณมากเช่นนี้ ทำให้เกษตรกรตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกกลุ่มพ่อค้าฉวยโอกาสเข้ามากดราคารับซื้อในราคาต่ำ จึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเจรจาทางการทูตให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในระยะเวลา 7 วัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันท่วงที

โดยในวันพรุ่งนี้ (4 มิ.ย.) เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากทั่วประเทศเตรียมรวมตัวเข้าพบอธิบดีกรมประมงเพื่อยื่นหนังสือเสนอข้อเรียกร้องส่งต่อไปยัง รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือระยะสั้น ด้วยการชดเชยราคากุ้งให้แก่เกษตรกรในอัตรากิโลกรัมละ 20 บาท พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งทั้งระบบ

ด้านการจัดการของภาครัฐ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้วและได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานงานเจรจากับทางการมาเลเซียโดยเร็วที่สุด พร้อมสั่งการให้เร่งหาตลาดทดแทน

ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ โดยนายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ได้เตรียมแผนรองรับด้วยการเร่งขยายตลาดส่งออกกุ้งไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญรายอื่น เช่น จีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น รวมถึงการเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ เมียนมาและสิงคโปร์ โดยตั้งเป้าหมายที่จะช่วยดูดซับผลผลิตกุ้งออกจากระบบไม่น้อยกว่า 400 ตัน/เดือน ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและการเชื่อมโยงผู้ซื้อกับโรงงานแปรรูปเพื่อพยุงราคากุ้งไม่ให้ทรุดตัวลง

อ่านข่าวอื่น :

"สีหศักดิ์" ย้ำเจตนาไทยยกเลิก MOU 44 เพื่อเปิดทางเจรจารอบใหม่

กองทัพเรือย้ำปิดด่าน 100% ส่งกลับ 30 ผู้ต้องโทษชาวกัมพูชาตามกฎหมาย

โดรนพลีชีพจากเมียนมาตกเขตไทย ครอบครัวแรงงานเสียชีวิต 3 คน

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap