ทุเรียนลูกละ 100 บาท สะเทือนตลาดจริง ชาวสวนกังวลผู้บริโภคเข้าใจผิด

2026-04-29    HaiPress

อ่านให้ฟัง

05:22

กระแสโปรโมชันทุเรียนราคาถูก แม้ช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างกระแสในโลกออนไลน์ แต่ก็ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาทุเรียนจริงในตลาด ชาวสวน ผู้ค้าปลีก และนักการตลาดต่างแสดงความกังวลอาจกระทบภาพรวมอุตสาหกรรมทุเรียนไทยระยะยาววันนี้ (29 เม.ย.2569) ท่ามกลางฤดูกาลทุเรียนที่กำลังคึกคัก กลับเกิดปรากฏการณ์ที่สร้างความกังวลใจให้แก่เกษตรกรและผู้ค้าปลีกอย่างหนัก นั่นคือ "สงครามราคา" ที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบสุดโต่งในการดึงดูดลูกค้า โดยการตั้งราคาขายทุเรียนในระดับต่ำกว่าทุน อาทิ โปรโมชั่นทุเรียนลูกละ 100 บาท หรือแม้กระทั่งทุเรียนลูกละ 1 บาท ซึ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ที่ไม่ถูกต้องว่าทุเรียนไม่ว่าจากแหล่งใดก็ควรจะสามารถขายในราคาถูกเช่นนี้ได้

นางบุญชื่น โพธิ์แก้ว เจ้าของสวนยายดา เจ๊บุญชื่น จ.ระยอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ชื่อดัง สะท้อนมุมมองว่า แม้เจตนาของการจัดโปรโมชันราคาถูกจะเป็นเรื่องดีในการกระตุ้นการขาย แต่ในความเป็นจริงทางธุรกิจ "ราคานี้ขายไม่ได้" หากเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน เนื่องจากสวนที่เน้นการคัดเกรดและการันตีคุณภาพทุกลูก จะมีต้นทุนการผลิตที่สูง

ราคาขายปลีกที่สมเหตุสมผลต้องเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 100 บาทขึ้นไป การโปรโมทราคาที่ต่ำเกินจริงจึงสร้างความลำบากใจให้กับผู้ค้าที่ขายของดี เพราะต้องคอยชี้แจงกับลูกค้าที่เข้ามาถามหาทุเรียนราคาถูกตามกระแสโซเชียล

สอดคล้องกับข้อมูลจากผู้ค้าปลีกทุเรียนในพื้นที่ จ.ระยอง ที่ระบุว่า ปัจจุบันลูกค้าจำนวนมากเข้ามาสอบถามหาทุเรียนลูกละ 100 บาท ตามที่เห็นในข่าว ซึ่งผู้ค้าต้องอธิบายให้เข้าใจถึงกลไกตลาดว่า ทุเรียนราคานี้ส่วนใหญ่เป็น "ทุเรียนตกไซซ์" หรือเกรดรอง ที่ล้งรับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 70-80 บาทเท่านั้น ไม่ใช่ทุเรียนเกรดพรีเมียมที่วางขายทั่วไป

การโฆษณาที่ใช้คำคลุมเครือ เช่น "เนื้อเอ" หรือ "เกรดพรีเมียม" แต่ขายในราคาถูกมาก จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่กระทบไปถึงชาวสวนและพ่อค้าแม่ค้าที่ยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพสินค้า

ในมิติด้านการตลาด ผศ.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ วิเคราะห์ผ่านรายการจับตาสถานการณ์ ทางไทยพีบีเอสว่า ปรากฏการณ์การตลาดแบบ "พิมรี่พาย" มีผลอย่างยิ่งต่อจิตวิทยาการซื้อของผู้คน เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังสามารถขายได้ในราคาถูก ลูกค้าจะเกิดการเปรียบเทียบทันทีว่าร้านอื่นก็ต้องทำได้

แม้ภายหลังกระทรวงพาณิชย์จะออกมาชี้แจงว่า ทุเรียนเหล่านั้นคือ "เกรดรอง ไซซ์เล็ก" แต่ความเสียหายต่อความรู้สึกของผู้บริโภคได้เกิดขึ้นแล้ว และลามไปถึงชาวสวนที่ถูกกดดันเรื่องราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่อื่น ๆ เช่น จ.น่าน ยังคงมีการใช้กลยุทธ์นี้อย่างต่อเนื่อง โดยร้าน "เจ๊ดาผลไม้ซิ่ง" ได้จัดโปรโมชันทุเรียนลูกละ 1 บาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเรียกลูกค้า โดยจำกัดจำนวน 100-200 ลูก/วัน และให้สิทธิ์เพียง 1 คนต่อ 1 ลูกเท่านั้น ซึ่งเจ๊ดาเผยว่า ได้รับเหมาทุเรียนมาจากสวนในจันทบุรีและระยอง วันละกว่า 30 ตัน หลังจากหมดช่วงโปรโมชันจะขายในราคาปกติกิโลกรัมละ 99 บาท ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การดึงคนเข้าร้านที่ได้ผลในเชิงการค้าปลีกส่วนบุคคล แต่ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้ราคาตลาดถูกมองว่าต่ำกว่าความเป็นจริง

เมื่อตรวจสอบสถานการณ์ราคาจริงจากหน้าล้ง พบว่า ข้อมูลสวนทางกับกระแสของถูกอย่างสิ้นเชิง โดยตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2569 เป็นต้นมา ราคาทุเรียนได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทุเรียนเกรด AB ปรับจาก 130 บาท เป็น 135-140 บาท/กิโลกรัมเกรด C ปรับเป็น 95 บาทเกรด D ปรับเป็น 75 บาทราคาหน้าสวนแบบเหมาขยับจาก 120 บาท เป็น 130 บาท/กิโลกรัม

สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการในตลาดยังสูงและต้นทุนจริงยังคงอยู่ในระดับที่แพง การสื่อสารการตลาดที่มุ่งเน้นแต่ความถูกจึงอาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำลายเกษตรกรไทยในท้ายที่สุด หากผู้บริโภคขาดความเข้าใจในเรื่องการจำแนกเกรดและคุณภาพตามราคาที่แท้จริง

อ่านข่าว :

"รถถัง" ชั่งน้ำหนักฉลุย พร้อมดวล "ทาเครุ" ศึก ONE ซามูไร 1 พุธ 29 เม.ย.นี้

กรีซสอบมือปืนวัย 89 กราดยิงสถานที่ราชการกลางเอเธนส์ เจ็บ 4 คน

"สีหศักดิ์" ย้ำกัมพูชาต้องหยุดยั้งสงครามวาจา ยันพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap