"เอกนัฏ" เผยมติ กบง.เคาะลดค่าโรงกลั่นเป็นลิตรละ 5 บาท มีผล 24 เม.ย.

2026-04-23    HaiPress

อ่านให้ฟัง

05:55

'เอกนัฏ' รมว.พลังงาน ลั่น มติ กบง. ลดค่าการกลั่น 6 โรงกลั่น จาก 2 บาท เป็น 5 บาทต่อลิตร ถึง 9 พ.ค. มีผล 24 เม.ย.นี้ และอีกรอบหลัง 9 พ.ค. จะลดเพิ่มอีก 3 บาท ชี้ดึงเงินส่วนต่างค่าการกลั่นได้ร่วมหมื่นล้านบาทวันนี้ (23 เม.ย.2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นจากเดิม 2 บาท เป็น 5 บาทต่อลิตร ไปจนถึงวันที่ 9 พ.ค. 2569 และหลังจากนั้นจะลดเพิ่มอีก 3 บาท ภายหลังวันที่ 9 พ.ค. 2569 โดยในวันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) อีกครั้ง และคาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันนี้ ซึ่งจะมีผลในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.)

สำหรับเหตุผลที่สามารถลดราคาค่าการกลั่นจาก 2 บาท เป็น 5 บาทได้ จากหน้าโรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง เนื่องจากข้อมูลการคำนวณในช่วงต้นเดือน เม.ย. พบว่าค่าการกลั่นปรับสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 14 บาทต่อลิตร โดยกระทรวงได้อนุญาตให้นำต้นทุนที่สูงกว่าปกติในทุกด้าน อาทิ ค่าประกันและค่าขนส่ง มาพิจารณา ซึ่งทั้ง 6 โรงกลั่นจะต้องส่งตัวเลขจริงมายังกระทรวง และเมื่อพิจารณาแล้วจะกำหนดค่าการกลั่นที่เหมาะสม โดยส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกินจะนำมาปรับลดราคา

“อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า การคำนวณค่าการกลั่น กระทรวงพิจารณาทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเบนซินหรือดีเซล เมื่อนำมาคำนวณแล้วพบว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกิน โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน เม.ย. มีส่วนเกินกว่า 5,000 ล้านบาท จึงนำส่วนดังกล่าวมาลดราคาน้ำมันดีเซล เนื่องจากราคาที่ปรับสูงในขณะนี้คือดีเซล ทำให้ปรับลดอยู่ที่ -5 บาทต่อลิตร โดยไม่นับรวมของเดิมที่เคย -2 บาท ขณะนี้คำนวณได้ว่าผลประโยชน์ส่วนเกินอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท และรอบนี้ประมาณ 5,000 ล้านบาท รวมแล้วราว 10,000 ล้านบาท ซึ่งนำมาเป็นส่วนลดราคาที่หน้าโรงกลั่น”

สำหรับการลดราคาหน้าโรงกลั่น จะส่งผลต่อราคาขายปลีกหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงราคาตั้งต้นที่หน้าโรงกลั่น ซึ่งอาจเกิดได้ 2 แนวทาง คือ 1. นำไปลดราคาขายปลีกหน้าปั๊ม และ 2. นำไปลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากปัจจุบันกองทุนติดลบกว่า 60,000 ล้านบาท หากไม่เร่งชำระหนี้ อาจส่งผลให้ประชาชนต้องใช้น้ำมันในราคาสูงขึ้นในอนาคต จึงต้องบริหารทั้ง 2 ส่วนควบคู่กัน

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ ราคาที่สิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นถึง 3 บาทต่อลิตร ขณะที่ประเทศไทยยังไม่ได้ปรับราคาขายปลีกหน้าปั๊ม ดังนั้นกระทรวงจะนำเงินส่วนนี้มาบริหารเพื่อให้ราคาหน้าปั๊มอยู่ในระดับเหมาะสม โดยในช่วงเย็นวันนี้จะมีการประชุม กบน. เพื่อพิจารณาราคาขายปลีกอีกครั้ง ทั้งนี้ต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ประกอบด้วย

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน

นายเอกนัฏ ย้ำว่า การลดราคาหน้าโรงกลั่น 5 บาทในขณะนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะลดราคาหน้าปั๊มทันที โดยในระยะต่อไปการปรับราคาจะไม่ขึ้นลงแบบกระชาก 5-6 บาทต่อลิตร หรือปรับลดครั้งละ 3-4 บาทเหมือนที่ผ่านมา แต่จะเป็นการทยอยปรับขึ้นลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม ยังต้องอิงราคาตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอรัฐบาลเพื่อขอกู้เงินวงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาพยุงกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยยืนยันว่าจะไม่กู้เกินกรอบตามกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องกับวงเงินกู้ 500,000 ล้านบาทที่มีการกล่าวถึง

“การกู้จะไม่สูงถึง 100,000-150,000 ล้านบาท เพราะจะกระทบต่อสถานะกองทุน โดยจะมีการเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อยืดหนี้ออกไป พร้อมบริหารให้กองทุนขาดทุนลดลง จากเดิมติดลบวันละ 2,600 ล้านบาท ให้เหลือขาดทุนหรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยประมาณวันละ 100 ล้านบาท เพื่อให้สามารถทยอยชำระหนี้ได้ โดยไม่ต้องกู้เกินกรอบกฎหมาย” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ ย้ำว่า จะพยายามรักษาสถานะกองทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อรองรับความผันผวน โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์คลี่คลายก็พร้อมทยอยปรับลดราคาลง โดยเฉพาะราคาขายปลีกหน้าปั๊ม

นอกจากนี้ กระทรวงยังดูแลการอุดหนุนราคาน้ำมันสำหรับภาคเกษตร รถบรรทุก และไรเดอร์ โดยเฉพาะน้ำมันที่มีส่วนผสมเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น บี20 และบี7 ซึ่งได้รับการอุดหนุนมากกว่าน้ำมันทั่วไป

อ่านข่าว :

กบน.เพิ่มอุดหนุน "น้ำมันดีเซล" ลิตรละ 2.32 บาท B20 ที่ 8.97 บาท

คลังพร้อมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน คนละครึ่งลงทะเบียน พ.ค.- ยังไม่ขึ้น VAT

ไทยมีน้ำมันสำรอง 112 วัน กองทุนฯ ติดลบ 6.2 หมื่นล้าน

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap