"ปกรณ์" รับรัฐบาลจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ

2026-04-20    https://www.thaipbs.or.th/news/content/504817 HaiPress

อ่านให้ฟัง

05:37

รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย เปิดแผนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ รับเล็งงัด "พ.ร.ก.กู้เงิน" 5 แสนล้านบาท ชี้เข้าเงื่อนไขรัฐธรรมนูญกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน เตรียมขยับเพดานหนี้สาธารณะทะลุกรอบเดิม หลังคลังตึงตัวหนัก ย้ำวิกฤตโลกผันผวน ทั้งสงครามและซูเปอร์เอลนีโญวันนี้ (20 เม.ย.2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมด้านข้อกฎหมายของรัฐบาล เพื่อหาแหล่งเงินทุนมารองรับวิกฤตเศรษฐกิจ ว่า เบื้องต้นเตรียมการพิจารณาข้อกฎหมายแล้วว่า หากมีความจำเป็นต้องกู้เงิน จะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง โดยการออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินนั้น สามารถทำได้ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงินได้ รัฐบาลจะต้องดำเนินการตามกฎหมายว่า ด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐเสียก่อน โดยเฉพาะการขยายเพดานหนี้สาธารณะของประเทศขึ้นไปรองรับ เนื่องจากในขณะนี้สถานการณ์ทางการคลังของประเทศค่อนข้างตึงตัว และใกล้จะชนเพดานหนี้แล้ว ซึ่งในอดีตก็เคยมีการดำเนินการขยายเพดานหนี้ในลักษณะนี้มาแล้ว เมื่อครั้งวิกฤตโควิด-19 โดยวงเงินกู้ในครั้งนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 500,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่า จะขยายเพดานหนี้สาธารณะไปเป็นเท่าใด

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า จะขยายเป็น 75% หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจ หากขยายมากเกินไป อาจจะไม่ค่อยดี ปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับเกือบ 67% และยืนยันว่าการขยายเพดานหนี้ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการตั้งกรอบวงเงินกู้ 500,000 ล้านบาท

การขออนุมัติกู้เงินจะเป็นลักษณะของการตั้งกรอบวงเงินกู้ไว้ สมมติว่าตั้งไว้ 500,000 ล้านบาท เวลาไปกู้จริงอาจจะไม่ถึงกรอบที่ตั้งไว้ก็ได้ แต่เวลาขยายวงเงินก็ต้องขยายตามวงเงินกู้ให้สอดคล้องกัน และหลังจากออก พ.ร.ก.เรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในโอกาสแรกที่สามารถทำได้

นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากแนวทางการออก พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว รัฐบาลยังมีอีกหนึ่งช่องทาง คือการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 โดยจะเป็นการรวบรวมเงินงบประมาณในส่วนที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย หรือยังไม่ได้ผูกพันสัญญาในโครงการต่าง ๆ นำมารวมกันเพื่อใช้ประโยชน์ก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้น่าจะใช้เวลามากกว่า เนื่องจากต้องทำเป็น พ.ร.บ. และต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ รวมไปถึงอาจจะต้องพิจารณาตรวจสอบ “เงินนอกงบประมาณ” ว่าปัจจุบันมีเหลืออยู่เท่าใด และจะสามารถดึงมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาเหตุความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเตรียมการกู้เงิน เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันถือว่าไม่ปกติอย่างมาก และเงินที่อยู่ในคลังก็ค่อนข้างน้อย รัฐบาลจึงต้องเตรียมเงินทุนเพื่อนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจจากภาวะวิกฤตพลังงานที่กำลังเกิดขึ้น

รวมถึงต้องเตรียมการรองรับวิกฤตการณ์อื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น ปัญหาซูเปอร์เอลนีโญในปีนี้ ที่แม้ฝนอาจจะไม่ตก แต่จะเกิดภัยแล้งและส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของสถานการณ์สงครามที่ผันผวน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ที่อาจต้องเปลี่ยนจากการใช้ก๊าซไปใช้น้ำมันหรือลิกไนต์แทน

เมื่อกู้เงินมาแล้ว ซึ่งถือเป็นหนี้สาธารณะของทุกคน รัฐบาลจะต้องวางแผนการใช้จ่ายเงินให้พุ่งเป้าและตรงประเด็นมากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อว่าทางกระทรวงการคลังเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้วว่า จะนำเงินไปใช้ผลักดันผ่านโครงการใดบ้าง เพราะคงไม่มีใครกู้เงินมาเปล่า ๆ โดยที่ยังไม่ได้คิดแผนรองรับ

ส่วนของปัญหากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่แบกรับภาระหนี้จากการอุดหนุนราคาพลังงานนั้น รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงว่า "กองทุนน้ำมันฯ มีสถานะเป็นเพียงเครื่องมือรักษาเสถียรภาพ เพื่อรองรับแรงเหวี่ยงของราคาในระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งเดิมทีกำหนดกรอบวงเงินไว้เพียงหลักหมื่นล้านบาท การที่รัฐบาลนำเงินกองทุนฯ ไปใช้อุ้มราคาพลังงานเป็นเวลานานจนเกิดหนี้บานเบอะหลักแสนล้านบาท ถือเป็นเรื่องที่ผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ อย่างยิ่ง"

การที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เป็นการส่งสัญญาณเตือนประชาชนแล้วว่า ขณะนี้สถานการณ์ไม่ปกติ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จะต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์

อ่านข่าว :

"นายกฯ" มอบนโยบายงบฯ ปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน เน้นลงทุนรับวิกฤตโลก-ดัน EV

​"ยศชนัน" พร้อมดึงงบฯ ทำห้องปลอดฝุ่น ยัน อว.หนุนทุกมิติแก้ปัญหา

"ประเสริฐ" ถกปอเนาะ-ตาดีกา 29 เม.ย.หารือแนวทางทำงานร่วมกันในอนาคต

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap