เคาะ 3 ทางเลือกค่าไฟงวดสุดท้าย ต่ำสุดตรึงต่อ 3.98 บ. แม้ปัจจัยบวกท่วม แต่ยังไม่กล้าลด!!

2025-07-18    HaiPress

‘กกพ.’ เคาะ 3 ทางเลือกค่าไฟงวดสุดท้ายปีนี้ ต่ำสุดตรึงต่อ 3.98 บาท แม้ปัจจัยบวกท่วมท้นกดค่าไฟได้อีก ชี้ต้องตุนเงินทยอยจ่ายหนี้ค้างกฟผ. - ปตท.อีก  81,156 ล้านบาท  ส่วนภาครัฐ จะสั่งหั่นราคาต่ำกว่า 3.98 บาทอีกหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับกฟผ.ยอมแบกหนี้เพิ่มอีก พร้อมแจงแนวโน้มค่าไฟ 3.70 บาท ได้เมื่อไร?

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกพ.มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสำหรับงวด ก.ย. – ธ.ค. 68 เป็น 3 กรณี ตั้งแต่ตรึงค่าไฟฟ้าอัตราเท่างวดปัจจุบัน (พ.ค. – ส.ค.) หน่วยละ 3.98 บาท ถึงสูงสุดหน่วยละ 5.10 บาท โดยกกพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 17 – 28 ก.ค. 68 ก่อนที่จะมีการสรุปและประกาศอัตราใหม่อย่างเป็นทางการต่อไป

“ค่าไฟงวดใหม่นี้ ต้องบอกว่า มีแต่ข่าวดีเข้ามาทำให้ทิศทางค่าไฟงวด ก.ย. – ธ.ค. 68 ลดลง เช่น ปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ผลิตจากอ่าวไทยกลับมาสู่ภาวะปกติเท่ากับก่อนวิกฤตราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาพูลก๊าซอยู่ที่ 299 บาทต่อล้านบีทียู ลดลง 14 บาทต่อล้านบีทียู เทียบกับเดือนก่อน ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น 1.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าช่วงปลายปีมีแนวโน้มลดลง รวมทั้งราคาถ่านหินยนำเข้า ราคาสปอต แอลเอ็นจีลดลบงทั้งหมด มีเพียงน้ำมันเจา ที่ปรับขึ้นเล็กน้อย ที่ 6% แต่เราใช้น้อย”

สาเหตุที่กกพ. ยังไม่สามารถประกาศปรับลดค่าเอฟทีและค่าไฟได้ทันที เพราะว่ามีภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงคงค้าง (เอเอฟ) ที่เกิดขึ้นจริงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เหลือ 66,072 ล้านบาท และการจัดหาก๊าซธรรมชาติของกฟผ.อีก 3,000 ล้านบาท และปตท.อีกกว่า 12,000 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 15,084 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ยอด 81,156 ล้านบาท เราจึงต้องหาจุดสมดุลราคาที่เหมาะสม ให้ผู้ผลิตไฟฟ้าอยู่ได้ และประชาชนรับได้เช่นกัน”

สำหรับเงื่อนไขทั้ง 3 กรณีประกอบด้วย กรณีแรก ตรึงค่าเอฟทีเท่ากับงวดปัจจุบัน หน่วยละ 3.98 บาท เป็นการทยอยคืนหนี้เอเอฟให้กฟผ.เดือนละ 7,072 ล้านบาท จากยอดหนี้รวม 66,072 ล้านบาท แต่ยังไม่คืนหนี้ในส่วนการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติของปตท. และกฟผ.ยอดหนี้รวม 15,084 ล้านบาท กรณี 2 ปรับขึ้นค่าไฟเป็นหน่วยละ 4.87 บาท เป็นการทยอยจ่ายหนี้ค่าเอเอฟกฟผ.ทั้งหมด 66,072 ล้านบาท บาท แต่ยังไม่คืนหนี้ในส่วนการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติของปตท. และกฟผ.ยอดหนี้รวม 15,084 ล้านบาท กรณี 3 ปรับขึ้นค่าไฟเป็นหน่วยละ 5.10 บาท เป็นกรณีที่ชำระคืนหนี้ทั้งหมดของกฟผ. และปตท. รวมทั้งสิ้น 81,156 ล้านบาท

ส่วนกรณีหากรัฐบาล หรือกระทรวงพลังงาน ต้องการให้ปรับลดค่าไฟงวดใหม่นี้ให้ต่ำกว่างวดปัจจุบัน โดยให้ทยอยจ่ายหนี้กฟผ.เหลือเดือนละประมาณ 5,000 ล้านบาทเท่ากับงวดปัจจุบันนั้น ประเด็นนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับภาคนโยบาย หรือขึ้นอยู่กับความยิมยอมของกฟผ. ที่ต้องแบกรับภาระหนี้ต่อไป เพราะหน้าที่ของกกพ.มีหน้าที่รักษาสมดุลในอัตราที่เหมาะสมที่สุด เพราะอัตราใหม่ที่กกพ.คำนวณ พิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ของกฟผ. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพราะทุกหนี้ที่เกิดขึ้นกฟผ. ต้องจ่ายดอกเบี้ย ตอนนี้ทั้งกฟผ.และปตท.ต้องแบกรับไว้

นอกจากนี้ในอนาคตยังมีเรื่องไม่คาดคิดจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้ง สงครามทางด้านตะวันออกกลางที่อาจกลับมาอีกเมื่อไรก็ได้ กกพ.จึงมองว่า อัตรานี้เป็นอัตราที่เหมาะสมแล้ว ขณะที่แนวโน้มงวดถัดไป (ม.ค. – เม.ย.) จะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานการณ์ราคาแอลเอ็นจี สถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ และความต้องการใช้ไฟในช่วงปลายปีที่คาดว่า ลดลง

นายพูลพัฒน์ ได้ตอบข้อซักถามถึงความเป็นไปได้กรณีอัตราค่าไฟลดลงไปถึงหน่วยละ 3.70 บาทเมื่อไรนั้น กรณีทางกระทรวงพลังงาน กกพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเร่งดำเนินการหาแนวทางอยู่ เป็นประเด็นที่ต้องหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap