จับตาครึ่งปีหลังความเสี่ยงเยอะ ส.ประกันวินาศภัยมั่นใจ ทั้งปีเบี้ยยังโตเฉียด 3 แสนล้าน

2025-07-04    HaiPress

ธุรกิจประกันวินาศภัย ครึ่งปีหลังหนัก จับตาส่งออกวูบฉุดประกันภัยเรือดิ่ง คนขยาดอีวีฉุดประกันรถวูบ แต่มั่นใจธุรกิจภาพรวมแข็งแกร่ง เบี้ยประกันเติบโตได้เฉียด 3 แสนล้าน

นายสมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจประกันวินาศภัยในครึ่งปีหลัง คาดจะเผชิญปัจจัยเสี่ยงเข้ามามาก และมีแนวโน้มขยายตัวได้น้อยกว่าไตรมาสแรกที่เติบโตได้ 3.81% แต่สมาคมยังมั่นใจว่าธุรกิจประกันภัยมีความแข็งแกร่ง และคาดการเติบโตทั้งปีไว้ที่ 1.5-2.5% มีเบี้ยประกันภัยรวมอยู่ที่ 2.91-2.94 แสนล้านบาท สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบมาก ได้แก่ ปัญหาความขัดแย้ง ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง การเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐ การชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ

ทั้งนี้ หากจำแนกในส่วนประกันภัยรถยนต์ มีแนวโน้มที่ทั้งปีจะไม่เติบโต เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการที่มีค่ายรถยนต์ไฟฟ้าบางรายในจีนยื่นล้มละลาย ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น และมียอดสั่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าชะลอลง จึงกระทบต่อยอดประกันรถยนต์โดยภาพรวม ส่วนภาพรวมของไตรมาสแรก เบี้ยประกันภัยรถยนต์อยู่ที่ 42,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.36%

ส่วนประกันภัยทางทะเลและขนส่ง จะได้รับผลกระทบเยอะจากปัญหาสงครามการค้า ภาษีตอบโต้จากสหรัฐ ซึ่งจะทำให้การค้าและการส่งออกไทยชะลอตัวในครึ่งปีหลัง และมีผลให้ประกันภัยทางทะเลอาจติดลบได้ตลอดทั้งปี หลังจากช่วงไตรมาสแรกมีเบี้ยแล้ว 1,668 ล้านบาท ลดลงไป 4.91% เช่นเดียวกับประกันภัยเบ็ดเตล็ด แม้ไตรมาสแรกเบี้ยจะทำได้ 29,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.01% แต่ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอตัว ตามยอดการลงทุนของภาครัฐที่ลดลง และการลงเอกชนที่ยังไม่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ประกันภัยที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี คือ ประกันอัคคีภัย ซึ่งไตรมาสแรกมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงแล้ว 2,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.83% และช่วงที่เหลือของปีน่าจะขยายตัวได้อีก โดยเป็นผลจากการเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้ประชาชนตื่นตัวหันมาซื้อประกันอัคคีภัย ซึ่งมีส่วนความคุ้มครองของภัยธรรมชาติ และแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น

ด้านความคืบหน้าการจ่ายค่าสินไหมจากเหตุแผ่นดินไหว ขณะนี้บริษัทประกันที่เป็นสมาชิกสมาคมประกันวินาศภัยฯ ได้เร่งจ่ายเคลมไปแล้ว 1.5 แสนกรมธรรม์ คิดเป็นเงิน 3 หมื่นล้านบาท และหลังจากนี้จะมีผู้แจ้งความเสียหายเพิ่มเติมอีก แต่คาดว่าความเสียหายโดยรวมจะไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่การจ่ายเคลมกรณีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมตรวจสอบข้อมูลความเสียหาย โดยได้ว่าจ้างบริษัททำการประเมิน รวมถึงการยื่นขอข้อมูลไปกับ สตง. ไป แต่ทางสตง.ยังไม่ให้ข้อมูลกลับมา

“เบื้องต้นประเมินความเสียหายจริงน่าจะไม่เกิน 1,000 ล้านบาท แต่ในการจ่ายเคลมประกันจริงจะต้องดูหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริงด้วย หากการถล่มมีสาเหตุมาจากความผิดการออกแบบและการก่อสร้าง ก็จะไม่ได้รับคุ้มครอง แต่ถ้าเสียหายจากแผ่นดินไหวจริง บริษัทก็พร้อมจ่ายเคลมให้ความคุ้มครอง”

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap