เช็ก 6 นิสัย ลด-ละ-เลิก ช่วยเก็บเงินให้อยู่หมัด

2025-06-23    IDOPRESS

เช็กลิสต์ 6 นิสัย ลด-ละ-เลิก ที่ทำให้เก็บเงินไม่อยู่ เปลี่ยนพฤติกรรมช่วยให้เงินงอกเงย

มนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีเงินออม ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะรายได้น้อย แต่อาจเกิดจากนิสัยและไม่มีวินัยเรื่องเงิน หลายคนเงินเดือนออกปุ๊บ ซื้อของที่ “คิดว่าต้องมี” มาสำรวจตัวเองดูว่ามี 6 นิสัยที่ทำให้เป็นอุปสรรคในการออมเงินอยู่หรือไม่

ลด-ละ-เลิก 6 นิสัย ที่จะทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่

1.เลิกใช้เงินก่อน แล้วออมทีหลัง : หากคุณเป็นหนึ่งในพนักงานเงินเดือน ที่พอเงินเข้าบัญชีปุ๊บ ก็โอนออกไปใช้จ่ายปั๊บ เหลือเท่าไรค่อยนำมาเป็นเงินเก็บ ให้ลองเปลี่ยนวิธีเป็นการออมเงินทันทีแล้วค่อยใช้ทีหลังแทน จะช่วยให้คุณออมเงินตามเป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น แนะนำว่าควรกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการออมในแต่ละเดือนไว้ เพื่อสร้างความสม่ำเสมอ และทำจนเป็นนิสัย

2.เลิกตามกระแส : ปัจจุบันโซเชียลมีเดียเข้ามามีผลต่อนิสัยผู้คนเป็นอย่างมาก ก่อนซื้อคิดดี ๆ “ของมันต้องมี” หรืออยากได้ตามกระแส แค่เห็นเพื่อนในโลกออนไลน์อวดของสวย ๆ งาม ๆ ทำให้ต้องซื้อตามโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริง จนบ่อยครั้งที่ต้องหมดเงินไปกับกระแสโซเชียล

3.เลิกก่อหนี้โดยไม่จำเป็น : เพราะตามกระแสเป็นเหตุ ทำให้ต้องซื้อ “ของมันต้องมี” บ่อย ๆ หนึ่งในปัญหาที่มนุษย์เงินเดือนจะเจอก็คือ หนี้บัตรเครดิต รูดไปก่อน แล้วค่อยจ่ายทีหลัง แต่เอาเข้าจริงไม่มีให้จ่าย ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เกิดปัญหาการเงินไม่รู้จบ เพื่อตัดปัญหาเหล่านี้ ควรเลิกก่อหนี้โดยไม่จำเป็น และรู้จักบริหารเงินอย่างชาญฉลาด เช่น รูดบัตรเครดิตในจำนวนเงินที่ผ่านไหว,ไม่ใช้จ่ายเกินตัว เป็นต้น

4.เลิกใช้เงินแบบไม่วางแผนอนาคต : หลายคนประสบปัญหาเงินไม่พอใช้ถึงสิ้นเดือน อาจเป็นเพราะไม่ได้วางแผนการเงิน หรือวางแผนไม่ดีพอ จึงทำให้เหลือเงินไม่พอต่อการใช้จ่าย เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพียงเริ่มทำรายการสรุปค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน จดบันทึกค่าใช้จ่ายรายวัน รายสัปดาห์ รวมถึงการทำงบการเงินล่วงหน้าเพื่อประเมินรายรับ-รายจ่ายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้บริหารเงินได้ดียิ่งขึ้น

5.เลิกลงทุนโดยไม่ศึกษาให้รอบคอบ : ทุกคนล้วนใฝ่ฝันที่อยากจะมี Passive Income จึงมักนำเงินเก็บไปลงทุนเพื่อสร้างรายรับ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเลย ที่ต้องสูญเงินไปเพราะไม่ศึกษาการลงทุนให้ดีเสียก่อน ท่องให้ขึ้นใจการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น ไม่ว่าจะลงทุนอะไร จึงควรศึกษาให้ละเอียดด้วยตัวเอง ทำความเข้าใจ พร้อมทั้งศึกษารายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ วางแผนการลงทุนให้รอบด้าน หากต้องการคำแนะนำ ก็ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

6.เลิกเก็บเงินบัญชีเดียว : การมีบัญชีออมเงิน และบัญชีสำหรับใช้จ่ายเป็นบัญชีเดียวกัน อาจทำให้เผลอใช้เงินเก็บไปโดยไม่รู้ตัวได้ ดังนั้น จึงควรแยกบัญชีเงินออม และเงินสำหรับใช้จ่ายออกจากกัน รวมถึงควรแยกบัญชีตามจุดประสงค์ในการออมเงิน เพื่อไม่ให้หลงลืมดึงเงินมาใช้ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย เช่น แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน คือ 1.สำหรับใช้จ่าย 2.สำหรับออมเพื่อลงทุน และ 3.สำหรับออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เป็นต้น

นอกจากเลิก “6 นิสัย” ที่เป็นภัยต่อการออมเงินแล้ว ท่องและทำ “3 ป” ให้ขึ้นใจ

1.ป้องกันความเสี่ยง : เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน การมีเงินทุนสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เป็นหนึ่งสิ่งสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงด้านการเงิน โดยควรมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ใช้อย่างน้อย 6-12 เดือน เผื่อไว้ในกรณีขาดรายได้ หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น หากมีรายรับ 25,000 บาทต่อเดือน และมีรายจ่ายรวมต่อเดือน14,000 บาท ดังนั้น ควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน 84,000-168,000 บาท (6-12 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน) และอีกหนึ่งสิ่งที่คนมักมองข้ามในการป้องกันความเสี่ยงทางเงินก็คือ การซื้อประกันสุขภาพ เพราะเมื่อเจ็บป่วยขึ้นมากะทันหันจะช่วยประหยัดเงินก้อนไปได้อีกเยอะ

2.ปลอดหนี้ : เลิกก่อหนี้โดยไม่จำเป็น หรือเกินกำลัง เมื่อคุณเลิกก่อหนี้ และตามปิดหนี้ได้แล้ว สิ่งที่ควรรักษาไว้ให้ได้คือสภาวะ “ปลอดหนี้” เพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคงของคุณเอง เช่น ก่อนรูดบัตรเครดิตซื้อของ ควรศึกษาเงื่อนไขและโปรโมชันให้ดีก่อน

3.เปลี่ยนเงินออมให้งอกเงย : หากแบ่งเงิน เดือนละประมาณ 5,000 บาท เพื่อออม หรือลงทุน

ขอบคุณข้อมูลจาก ทีทีบี ฟินทิป

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap