เปิดผลกระทบปิดด่าน มีผลต่อค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มากน้อยแค่ไหน

2025-06-09    HaiPress

ประเมินผลกระทบ การปิดด่านไทย-กัมพูชา ต่อการค้าชายแดน ธุรกิจไหนได้รับผลกระทบบ้าง

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้วิเคราะห์ผลกระทบของการปิดด่านการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ล่าสุด ณ วันที่ 8 มิ.ย. 68 โดยไทยและกัมพูชา มีด่านการค้าที่สำคัญด้วยกันอยู่ 5 ด่าน ซึ่งวัดจากมูลการค้ากรมศุลกากร เมื่อปี 67 มีดังนี้   อันดับหนึ่ง อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 110,718 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 63.4%  รองลงมาเป็นมา ด่านคลองใหญ่ จ.ตราด 29,289 ล้านบาท  สัดส่วน 16.8% ด่านจันทบุรี  26,621 ล้านบาท สัดส่วน 15.3% ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ 6,084 ล้านบาท สัดส่วน 3.5% และด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ 1,818 ล้านบาท สัดส่วน 1.0% รวม 5 ด่าน มูลค่าการค้ารวม 174,530 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากปิดด่านอรัญประเทศเพียงแห่งเดียว จะส่งผลต่อมูลค่าการค้า มากกว่า 60% ของทั้งหมด ปิดด่านคลองใหญ่ และจันทบุรี รวมกันอีก 30% ดังนั้น การปิดด่านใหญ่ 3 แห่งจะทำให้การค้าชายแดนไทย–กัมพูชาหยุดชะงักเกือบทั้งหมด

ส่วนผลกระทบเชิงโครงสร้างสินค้า โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยช่วงเดือน ม.ค.–เม.ย. 68 ได้แก่ เครื่องดื่ม ส่วนประกอบรถยนต์ จักรยานยนต์,เครื่องยนต์,เครื่องจักรกลเกษตร  คิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ มันสำปะหลัง,เศษโลหะ อะลูมิเนียม,ทองแดง,ลวดสายไฟ ฯลฯ โดยสินค้าเหล่านี้สำคัญต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องในไทย เช่น อาหารสัตว์,รีไซเคิล,อิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังประเมินว่า การปิดด่านจะทำให้เกิดความล่าช้า,ต้นทุนเพิ่ม,ห่วงโซ่การผลิตสะดุด ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมีการปรับวันและเวลาเปิด-ปิดด่าน เฉพาะการควบคุมคนเข้าออก ไม่กระทบการค้าสินค้าโดยรวม แต่ถ้ามีการปิดด่านอย่างถาวร หรือปิดหลายด่านพร้อมกันจะกระทบทันทีในระดับเหล่านี้ โดยระยะสั้นใน 3 เดือนแรก ธุรกิจรายย่อยข้ามแดน เช่น ตลาดชายแดนหยุดชะงัก โลจิสติกส์เปลี่ยนเส้นทาง ส่วนผลกระทบระยะกลาง 3–12 เดือน ผู้ส่งออกต้องหาตลาดหรือเส้นทางใหม่ อุตสาหกรรมไทยที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากกัมพูชาเริ่มกระทบ หากยืดเยื้อนานเกิน 1 ปี  ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเสถียรภาพพรมแดนลดลง ความสัมพันธ์ทางการค้าอาจเปลี่ยนไปสู่ช่องทางทางทะเลหรือผ่านประเทศอื่นแทน

สำหรับโอกาสในการบริหารความเสี่ยง หากการปิดด่านเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงการค้าไปยังด่านอื่นที่ยังเปิดอยู่ รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งทางเลือก เช่น รถไฟ,ทางทะเล ผ่านเวียดนาม ลาว ตลอดจนการเจรจาระดับทวิภาคี เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสร้างความมั่นใจให้ผู้ค้า

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap