‘พิชัย’ แจงสภาฯพร้อมรับมือส่งออกครึ่งปีหลัง-เดินหน้าเจรจาสหรัฐฯ-FTA

2025-06-03    HaiPress

“พิชัย” แจงสภาฯ กระทรวงพาณิชย์พร้อมรับมือส่งออกครึ่งปีหลัง เดินหน้าเจรจาสหรัฐฯ-FTA-ป้องผู้ประกอบการไทย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยตอบข้อซักถามของสมาชิกเกี่ยวกับแนวโน้มการส่งออกที่อาจลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 68 การแข่งขันการค้าอย่างไม่เป็นธรรม และแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นายพิชัย กล่าวากระทรวงพาณิชย์ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนผ่านตัวเลขส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 7 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ การส่งออกของไทยขยายตัวถึง 12.5% โดยในเดือนเม.ย.68 ขยายตัวได้อีก 10.2% สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของการส่งออกไทย ไม่ได้เป็นผลเฉพาะจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ ตามที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต

ขอยืนยันว่าการส่งออก คือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย หากไม่มีการเติบโตทางการส่งออก เศรษฐกิจประเทศจะขยับขยายได้ยาก

นายพิชัยกล่าวต่อไปว่ากระทรวงพาณิชย์ ได้เดินหน้าเจรจามาตรการภาษีสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ตนพึ่งได้พบกับนายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่เกาหลีใต้ และจากภาพและคลิปจะเห็นภาษากายที่แสดงถึงความคุ้นเคยและติดต่อกันมานานแล้ว

ขณะที่ไทยได้ขับเคลื่อนการเจรจา FTA ต่อเนื่อง เพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้า ลดต้นทุนการส่งออก เพิ่มการใช้สิทธิประโยชน์ FTA โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ได้ปิดดีล FTA ไทย–EFTA และไทย–ภูฏาน พร้อมผลักดัน FTA ใหม่ให้เสร็จโดยเร็ว เช่น เกาหลีใต้ UK แคนาดา ในส่วน ไทย–EU ตนมีนัดพบกับนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เพื่อผลักดันให้การเจรจา FTA กับ EU สำเร็จเร็วที่สุด โดยตั้งเป้าปิดดีลภายในปีนี้

ในด้านการคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม กระทรวงฯได้เตรียมใช้มาตรการทางการค้า อาทิ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD-CVD) มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AC) และมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard – SG) เพื่อป้องกันสินค้าราคาต่ำที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการไทย

การเจรจากับสหรัฐฯ มีความคืบหน้า แม้ฝ่ายค้านจะตั้งข้อสงสัย โดยมีหลักฐานการติดต่อและพบปะกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯแล้ว พร้อมแสดงความมั่นใจว่าการเจรจาจะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายในระยะยาว

ในด้านสินค้าเกษตร ยอมรับว่าราคาสินค้าเกษตรยังคงเผชิญแรงกดดันจากตลาดโลก โดยเฉพาะราคาข้าวที่อินเดียส่งออกในราคาต่ำ ส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกร่วมกัน เช่น ไทยและเวียดนาม อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งขยายตลาด เช่น การขายข้าวไปแอฟริกา 410,000 ตัน และการทำตลาดแบบในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในงาน Thai Rice Convention 2025 ซึ่งขายได้ถึง 600,000 ตัน เพื่อระบายสต็อกและรองรับการผลิตใหม่

สำหรับมันสำปะหลัง จีนซึ่งเป็นตลาดหลักลดการนำเข้าอย่างมากเนื่องจากราคาข้าวโพดโลกตกลงถึง 37% ทำให้เปลี่ยนมาใช้ข้าวโพดผลิตแอลกอฮอล์แทน โดยกระทรวงฯ กำลังหาวิธีผลักดันการตลาดใหม่และช่วยลดต้นทุนเกษตรกรผ่านโครงการขายปุ๋ยราคาถูกกว่า 10 ล้านกระสอบ นอกจากนั้น กรมการค้าต่างประเทศ ยังได้ขยายตลาดสินค้ามันสำปะหลัง เช่น ได้ลงนามทำสัญญาซื้อขายมันสำปะหลังกับผู้นำเข้ารายใหญ่จีน ตั้งแต่ม.ค-พ.ค.68 ได้อนุญาตส่งออกสินค้ามันเส้น และมันอัดเม็ดไปแล้วประมาณ 3.5 ล้านตัน สามารถดูดซับหัวมันสดในประเทศได้กว่า 8.34 ล้านตัน และสัปดาห์ที่แล้ว ก็สามารถขายมันสำปะหลังให้กับผู้นำเข้ารายใหญ่ของซาอุดีอาระเบียได้อีก 2 หมื่นตัน มูลค่า 136 ล้านบาท

ในเรื่องผลไม้ กระทรวงได้ขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผ่าน 7 มาตรการ 25 แผนงาน ในช่วงนี้ได้เน้นอำนวยความสะดวกในการส่งทุเรียนไปยังตลาดจีน การหาตลาดใหม่ๆ ในการส่งออกผลไม้ไทย ได้รับความกรุณาจากท่านนายกฯ kick off งาน Thai Fruit Festival 2025 พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเชิญชวนประชาชนบริโภคผลไม้ไทย เพื่อสนับสนุนรายได้ให้เกษตรกร

กระทรวงพาณิชย์เปิดรับทุกข้อคิดเห็น เพื่อร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า โดยเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารจะเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap