‘พิชัย’ รมว.คลัง มั่นใจตลาดทุนไทยมีเสน่ห์ ปลดล็อกกองทุน-ประกันลงทุนในหุ้น

2025-05-27    HaiPress

“พิชัย” รมว.คลัง เปิดเวที “เดลินิวส์ ทอล์ก 2025” มั่นใจตลาดทุนไทยยังมีเสน่ห์ เดินหน้าปลดล็อกกฎหมายเปิดทางกองทุน/ประกันฯ ลงทุนในหุ้น-ชูแผนลงทุน 4 ล้านล้านบาท ในปี 68-71 ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

วันที่ 26 พ.ค. นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “เสน่ห์หุ้นไทย : พลังผลักดันเศรษฐกิจ” ภายในงานเสวนา “เดลินิวส์ ทอล์ก 2025” ในหัวข้อ “ปลุกเสน่ห์หุ้น-คริปโทฯ ครึ่งปีหลัง 2025” จัดโดย เดลินิวส์ โดยเชื่อว่าถึงอย่างไรตลาดหุ้นไทยก็ยังมีเสน่ห์ ซึ่งอยู่ในช่วงจังหวะว่ามองอย่างไร และอยู่ที่แต่ละช่วงเวลา ซึ่งในเวลานี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก และมีความไม่แน่นอน ซับซ้อน ยากต่อการคาดเดา

“ขณะนี้มีเรื่องของการแข่งขันและการแย่งชิงอำนาจของประเทศมหาอำนาจ ในเรื่องการแข่งขันการค้า ซึ่งเรื่องการแข่งขันการเมืองและการค้าเป็นของคู่กัน เพราะเป็นเรื่องของปากท้อง เพื่อชิงความเป็นที่หนึ่ง ทำให้เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์”

ทั้งนี้ ในส่วนประเทศไทยจะเดินอย่างไร ท่ามกลางโลกไม่เหมือนเดิม และการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพีเติบโตต่ำ เพราะ 1.จากในอดีตที่เคยเติบโตใกล้ 10% และลดระดับต่ำลงมา 4% 3% และ 1.9% เห็นว่าจีดีพีไทยเติบโตต่ำกว่าในอดีต 2.มีการเจริญเติบโตใกล้เคียงกับอาเซียน แต่จีดีพีไทยโตต่ำ 3.จีดีพีเติบโตต่ำกว่าระดับศักยภาพ แม้ไทยมีพื้นฐานได้เปรียบทั้งภูมิประเทศ สภาพอากาศ ทำให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพที่ดี แต่จีดีพีไม่โต

นายพิชัย กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ไทยช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จีดีพีมีการเติบโตต่ำ เพราะมีการลงทุนที่ต่ำ แต่ไม่ใช่การลงทุนภาครัฐ เป็นการลงทุนภาคเอกชนที่ต่ำ เพียง 20% ของจีดีพี หากเทียบในอดีตมีจีดีพี 11 ล้านล้านบาทแต่มีการลงทุนสัดส่วน 40% ของจีดีพี แต่ในตอนนี้แม้จีดีพีมีอยู่ 19 ล้านล้านบาท สัดส่วนลงทุน 20% เท่ากับหายไปครึ่งหนึ่ง

“การเติบโตจีดีพีลดลง คำถามคือ ทำไมไม่ลงทุน เมื่อไม่ลงทุน ก็เพราะไม่เห็นโอกาส และเมื่อไม่เห็นโอกาส ไม่ปรับตัว ไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงค่อนข้างช้า เป็นเหตุผลที่ให้การลงทุนไม่เกิดขึ้น เพราะอาจเกิดจากโครงการลงทุนภาครัฐไม่ผลักดัน จึงทำให้การลงทุนเอกชนไม่เกิดขึ้น และเกิดคำถามนโยบายภาครัฐไม่ชัดเจน”

นอกจากนี้ โครงสร้างการลงทุนไทย เติบโตด้วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออก ปัจจุบันมีสัดส่วน 65% ของจีดีพี จากในอดีต 70% ซึ่งปัญหาที่ผ่านมายอดการส่งออกสูง แต่มีมูลค่าน้อย รายได้ไม่เข้าในประเทศ ทำให้อำนาจการซื้อหายไป และการบริโภคไม่ได้มีมากเท่าที่ควร ดังนั้นต้องเร่งทำให้เกิดประสิทธิภาพการผลิต ให้มีมูลค่าสูง และไม่ให้โอเวอร์ซัพพลาย เป็นเรื่องที่ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การผลิต และบริการ

ขณะเดียวกันปัญหาที่ผ่านมายังเกิดจากกฎระเบียบในการทำธุรกิจของไทยไม่ได้รับความสะดวกสบาย ทำให้การลงทุนช้า เสน่ห์ก็จะหายไป ขณะที่เรื่องธรรมาภิบาลของทั้งรัฐและเอกชน ก็มีปัญหา มองว่า ไทยจะต้องแก้ไขเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะธรรมาภิบาลเรื่องภาษี ที่ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย ถ้าเก็บได้ตามเป้าหมาย จะสร้างขีดความสามารถประเทศได้อีกมาก เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป จะทำให้ต้องปรับวิธีการเก็บภาษีใหม่ ซึ่งหากฐานภาษีหายไป ทำให้หนี้สาธารณะสูง มีการขาดดุลเยอะขึ้น

ส่วนอีกเรื่องเป็นเรื่องนวัตกรรม เพราะเมื่อเกิดการลงทุนใหม่ แต่คนขาดศัยภาพ หากสามารถสร้างบุคลากรได้ จะต้องสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องการลงทุน ซึ่งส่งผลมาให้องค์กร และหุ้นไทยจะมีเสน่ห์มากขึ้น

นายพิชัย กล่าวว่า ได้ดูข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. มีโครงการต่างๆ ค่อนข้างมาก และมียอดวงเงินรวมถึง 4 ล้านล้านบาท ทำให้ได้สั่งการให้ไปบริหารจัดการแต่ละโครงการว่าอะไรที่สามารถทำได้บ้างในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 68-71

ทั้งนี้ หากดูจีดีพีไทยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา อยู่ระดับเกิน 3% แต่ไม่มีมูลค่ามากเท่าที่ควร โดยยอมรับว่าจีดีพีไตรมาสแรกแม้เติบโต 3.1% แต่ทั้งปีได้สะดุด และการคาดการณ์หลายหน่วยงานจีดีพีทั้งปี 68 หายไป 1% เหลือเพียง 1.2-1.8% เท่านั้น ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้การกระตุ้นด้วยการเพิ่มกำลังซื้อต้องชะลอออกไปก่อน ซึ่งงบประมาณปี 68 ที่มีอยู่ 1.57 แสนล้านบาท ที่จะต้องทำในช่วง 3 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างวางกรอบ กลั่นกรอง และเชื่อมงบกับปี 69 และปีงบ 70 ทั้งเรื่องน้ำ ภาคเกษตร ถนน ขนส่ง และท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังได้คุยกับกองทุนฯ หารือในเรื่องนโยบายนการลงทุนใหม่ๆ ว่าจังหวะดัชนีหุ้นไทยแบบนี้จะสามารถเข้ามาลงทุนได้อย่างไร จึงอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบและกติกา ทบทวนให้กองทุนและประกันขนาดใหญ่มีเงินจำนวนมากให้มาลงทุนในหุ้นได้ เพราะปัจจุบันไปลงทุนแค่พันธบัตรรัฐบาล

นายพิชัย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบ กฎหมายที่สำคัญ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำอย่างไรให้สนับสนุนมองระยะยาว โดยมีโครงการ Jump+ มองว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโครสร้างประเทศ รองรับทิศทางโลก เช่น เรื่องกรีน หรือ ESG และปรับปรุงกฎหมายที่สร้างความเชื่อมั่น เช่น การลงโทษเอาผิดกับ Naked short ถ้าตรวจสอบได้ มีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา รวมทั้งรัฐบาลไทยได้รับสนับสนุนการออกพันธบัตร G Token เป็นการสร้างทางเลือกการลงทุนใหม่

“เชื่อว่าเสน่ห์หุ้นไทยมีอยู่ ตราบใดที่เข้าใจพื้นฐาน และไทยเป็นหลุมหลบภัยที่ดี แต่นักลงทุนส่วนใหญ่หยุดดู wait and see ทุกคนไม่ได้ทิ้ง แต่ดูว่าไทยทำอะไรต่อไป โดยตราบใดที่เชื่อว่าตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเชื่อว่ายังมีเสน่ห์”

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap