“สรวงศ์” หั่นงบเที่ยวไทยคนละครึ่ง 3,500 ล้านบาท เจียดทำ 3 โครงการบูสต์ท่องเที่ยว

2025-05-08    IDOPRESS

“สรวงศ์” หั่นงบเที่ยวไทยคนละครึ่ง 3,500 ล้านบาท เจียดทำ 3 โครงการบูสต์ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ททท. เตรียมจัดงานไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส 2025 หวังช่วยยกระดับสร้างความเชื่อมั่น

นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อปรับแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว หลังพบตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 68) มีแนวโน้มลดลง 0.2% จึงสั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับแผนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 โดยใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือจากเดิมกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเสนอของบกลางปี 2568 รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อทำโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จำนวน 1 ล้านสิทธิ วงเงิน 3,500 ล้านบาท จึงจะขอปรับว่าภายใต้วงเงินเดิมแบ่งมาจัดทำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวของตลาดต่างประเทศด้วย

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สำหรับงบประมาณโครงการที่จะดำเนินภายใต้วงเงิน 3,500 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการ ดังนี้

1.โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่ตั้งเป้าหมายกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงโลว์ซีซั่นปีนี้ จากการหารือล่าสุดอาจมีการปรับลดจำนวนสิทธิเหลือไม่ถึง 1 ล้านสิทธิ และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะถูกจำกัดสิทธิ ใช้ได้สูงสุดไม่ถึง 10 สิทธิต่อ 1 คน ขณะที่การกำหนดสัดส่วนการใช้สิทธิในเมืองหลักและเมืองรอง เบื้องต้นอาจอยู่ที่ 50:50 แต่ทั้งหมดต้องหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อสรุปรายละเอียดและเงื่อนไขโครงการนี้ทั้งหมดก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 

2.โครงการส่งเสริมตลาดร่วม (Joint Promotion)ผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA)เพื่อเจาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (F.I.T.)ซึ่ง ททท.จะร่วมกับOTAรายใหญ่ให้ครอบคลุมการทำตลาดทั่วโลก

และ 3.โครงการส่งเสริมตลาดร่วม (Joint Promotion)กับสายการบิน ทำเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน โดย ททท.จะสนับสนุนทั้งเที่ยวบินประจำ (Regular Flight)และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight)แต่จะให้น้ำหนักการสนับสนุนแก่เที่ยวบินเช่าเหมาลำมากกว่า เพราะเที่ยวบินประจำได้อานิสงส์บางส่วนจากโครงการส่งเสริมตลาดร่วมกับOTAไปแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนในตอนนี้ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัญหาภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลัว ไม่อยากเดินทาง กระทบต่อการทำตลาดเที่ยวบินเช่าเหมาลำของบริษัททัวร์ และเกรงว่าในอนาคตจะกระทบต่อตลาดเที่ยวบินประจำตามมา

“ต้องพยุงตลาดเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนเอาไว้ เงื่อนไขการสนับสนุนเบื้องต้นคือต้องการันตีผู้โดยสาร มีอัตราการขนส่ง (Load Factor) ไม่ต่ำกว่า 85%” 

นอกเหนือจาก 3 โครงการดังกล่าว ททท.มีแผนใช้งบการตลาดของตัวเอง ทำโครงการ “สวัสดีหนีห่าว” จัดเมกะแฟมทริปในช่วงปลายเดือน พ.ค. 2568 เชิญผู้ประกอบการบริษัททัวร์ สื่อมวลชน และผู้นำทางความคิด (KOL) จากจีนเดินทางมาสำรวจบรรยากาศและสินค้าการท่องเที่ยวของไทยรวม 500 คนจากทุกมณฑลทั่วประเทศจีน แบ่งเป็นตัวแทนบริษัททัวร์ 300 คน และสื่อมวลชนกับผู้นำทางความคิดอีก 200 คน 

“นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร จะมาร่วมเปิดงานเมกะแฟมทริปโครงการสวัสดีหนีห่าวด้วย เพื่ออัปเดตข้อมูลและแผนงานของรัฐบาลไทยว่าปัจจุบันได้บริหารจัดการข้อกังวลต่างๆ ที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนอย่างไรบ้าง ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เข้าใจภาพและเชื่อมั่นประเทศไทย” 

นอกจากนี้ ททท. มีกำหนดจัดงานเทรดโชว์ส่งเสริมการท่องเที่ยว “ไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส 2025” ระหว่างวันที่ 4-6 มิ.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ มีผู้ซื้อจากต่างประเทศเดินทางมาร่วมงาน 480 คน รวมกับสื่อมวลชนและ KOL แล้วมากกว่า 500-600 คน โดยได้เชิญผู้ร่วมงานจากตลาดจีนมาจำนวนมาก คาดหวังให้เป็นอีกงานที่ช่วยยกระดับการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนตอนนี้มีหลายเรื่อง ทั้งประเด็นการค้ามนุษย์ ภาพความไม่ปลอดภัยจากเหตุแผ่นดินไหว คดีฆาตกรรมสาว LGBTQ และประเด็นเกี่ยวกับคำว่า จีนเทา ทั้งหมดนี้ล้วนถูกนำมาขยายความ คอมเมนต์ และส่งต่อกันในโลกออนไลน์ สร้างความหวาดระแวงแก่นักท่องเที่ยวจีน เหมือนประเทศไทยกำลังเจอสงครามโซเชียลมีเดีย และน่ากังวลว่าจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

“ยอมรับว่าการบริหารจัดการสถานการณ์ในช่วงนี้เป็นเรื่องยากมาก ต้องเป็นระดับ G2G หรือระหว่างรัฐบาล โดยทางนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความต้องการเทียบเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของจีน มาร่วมงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบ 50 ปี ไทย-จีน ในเดือน ก.ค. 2568”

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับคาดการณ์นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยตลอดปี 2568 หากสถานการณ์บานปลาย คาดว่าปีนี้จะเหลือ 4-5 ล้านคนในกรณีเลวร้ายที่สุด แต่ถ้าสถานการณ์ยังคงที่ สามารถดึงบรรยากาศความเชื่อมั่นกลับมาได้ น่าจะผลักดันไปถึงจำนวน 6.7 ล้านคนเท่าปีที่แล้วได้ ส่วนภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ททท.ตั้งไว้ทั้งหมด 35.5 ล้านคน เท่ากับปีที่แล้ว สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศเติบโตไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับฐานรายได้ 1.67 ล้านล้านบาทของปีที่แล้ว เพิ่มเป็น 1.83 ล้านล้านบาทในปีนี้ ส่วนเป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวไทย ตั้งเป้าเท่าเดิมที่จำนวน 205 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ตลาดในประเทศ 1.17 ล้านล้านบาท ทำให้เป้าหมายรายได้รวมทั้งตลาดในและต่างประเทศปีนี้อยู่ 3 ล้านล้านบาท เท่ากับรายได้รวมเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาด

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap