7 แนวทาง อาคารรับมือมรสุมหลังแผ่นดินไหว จุดไหนระวังเพิ่ม

2025-04-18    HaiPress

7 แนวทาง อาคารรับมือมรสุมหลังแผ่นดินไหว จุดไหนระวังเพิ่ม ชี้ เตรียมพร้อมให้รอบด้าน

ทัช พร็อพเพอร์ตี้บริษัทในเครือ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ได้รวบรวม7 แนวทางสำคัญ ที่ควรดำเนินการเพื่อเสริมความพร้อมอาคารให้สามารถรับมือกับช่วงมรสุมที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือในช่วงหน้าฝนที่จะมาถึงได้อย่างรอบด้านหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานอาคาร และการอยู่อาศัย

ทำไมการเตรียมตัวช่วงนี้จึงสำคัญ?

แม้อาคารจะผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีความมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยหลังได้รับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเร็วๆ นี้อาคารอาจจะมีจุดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น รอยร้าวขนาดเล็กบริเวณผนัง รอยต่อของอาคารหรือการคลายตัวของวัสดุยาแนวตามแนวต่อของอาคาร ซึ่งหากมีฝนตกหนักตามมา น้ำอาจซึมเข้ารอยรั่วสร้างความเสียหายให้กับอาคารหรือเป็นเหตุให้ระบบไฟฟ้าและเครื่องกลทำงานผิดปกติ

7แนวทางที่ผู้ดูแลอาคารควรดำเนินการ

1.ตรวจสอบโครงสร้างหลักและส่วนต่างๆของอาคารควรมีการตรวจสอบโครงสร้างทั้งบริเวณเสา คาน พื้น ผนัง เพื่อหารอยร้าวขนาดเล็กที่อาจลุกลามขยายใหญ่ขึ้นหรือจุดที่อาจเสียหายเพิ่มขึ้นจากน้ำและความชื้นในช่วงที่ฝนตกโดยดำเนินการซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์ตามเดิมซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายในระยะยาว

2.ปรับปรุงระบบกันซึมดาดฟ้าและแนวรอยต่อของอาคารดาดฟ้าเป็นจุดที่รับน้ำฝนโดยตรง หากมีรอยแตกร้าวรั่วซึมหรือการระบายน้ำที่ไม่ดีแม้เพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างภายในชั้นล่าง เช่น ฝ้า ผนัง หรือระบบสายไฟ ควรตรวจสอบแผ่นกันซึม ยาแนวรอยต่อ และบริเวณขอบอาคารให้แน่ใจว่ายังสามารถป้องกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ตรวจสอบระบบระบายน้ำระบบระบายน้ำที่ไม่สมบูรณ์ เช่นฝาตะแกรง รางระบายน้ำ ท่อบ่อพักรวมถึงปั๊มสูบน้ำที่ระบายน้ำออกจากอาคาร หากไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน มีการอุดตัน ทรุดเอียงทำให้ความลาดเอียงไม่เพียงพอ อาจทำให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ มีน้ำท่วมขังหรือไหลย้อนกลับเข้าอาคารได้ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบจุดที่เคยเกิดการรั่วซึมในอดีต เช่น ฝ้าเพดานหรือแนวผนัง เพื่อวางแผนซ่อมแซมก่อนที่ปัญหาจะเกิดซ้ำ

4.ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรควรมีการตรวจเช็กความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ประกอบ จุดยึดหรือเชื่อมต่อ รวมถึงการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ว่ายังอยู่ในสภาพปกติหรือไม่ ซึ่งอาคารสามารถใช้การตรวจเช็กและการบำรุงรักษาไฟฟ้าประจำปีมาดำเนินการในช่วงนี้ได้หากมีการรั่วซึมของน้ำเข้ามาในตัวอาคารเพื่อช่วยลดอันตรายที่เกิดกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคาร

5.ตรวจสอบระบบควบคุมความชื้นภายในอาคารอย่างเช่น ระบบระบายอากาศ ระบบเติมอากาศ และระบบปรับอากาศควรตรวจเช็กจุดติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบว่ายังอยู่ในสภาพปกติมีความมั่นคงแข็งแรงไม่มีการรั่วซึมของท่ออากาศเพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่เหนือฝ้าจึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจมาดำเนินการหากระบบไม่สมบูรณ์ ในช่วงที่มีฝนตกหรือความชื้นสูงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศภายในอาคารและมีอาจปัญหาเรื่องเชื้อราตามมา การตรวจเช็กและการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

6.วางแผนเฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่ำเช่น ลานจอดรถชั้นใต้ดิน หรือแนวขอบอาคาร อาจเผชิญปัญหาน้ำไหลบ่าจากภายนอก ควรประเมินความเสี่ยงของพื้นที่โดยรอบ พร้อมวางแผนสำรอง เช่น การติดตั้งปั๊มน้ำฉุกเฉินหรือกำแพงกันน้ำชั่วคราว รวมถึงฝึกซ้อมการปฏิบัติงานเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกับทีมอาคาร

7.ตรวจสอบการยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มั่นคง แรงสั่นจากแผ่นดินไหวอาจทำให้อุปกรณ์บางส่วนเริ่มหลวมโดยไม่รู้ตัว เช่น ป้ายไฟ กล้องวงจรปิด กล่องไฟฉุกเฉิน หรือของตกแต่งผนัง การตรวจสอบความมั่นคงของอุปกรณ์โดยรอบ โดยเฉพาะในพื้นที่ใช้งานส่วนกลาง จะช่วยป้องกันการหล่นร่วงในช่วงลมแรงหรือฝนตกหนัก

การดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานอาคาร และสามารถลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ผู้ดูแลอาคารควรเร่งดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก และวางแผนดูแลระบบต่างๆ ให้พร้อมรับมือกับช่วงมรสุมและฤดูฝนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เพื่อสร้างความปลอดภัย ความอุ่นใจ และยืดอายุการใช้งานของอาคารในระยะยาว

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap