ธอส.โชว์ปี 67 ปล่อยกู้ทะลุ 230,000 ล้าน หนี้เสียลดต่อเนื่อง 5 เดือน

2025-01-11    HaiPress

ธอส. ช่วยคนไทยมีบ้านเพิ่ม โชว์ดำเนินงานปี 2567 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 230,000 ล้านบาท ด้าน NPL ลดลงต่อเนื่อง 5 เดือน

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ยังคงสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง มีคุณภาพชีวิต และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2567 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 236,547 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 123,774 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2567 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2566 ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,800,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06% มีสินทรัพย์รวม 1,884,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.53% และเงินฝากรวม1,630,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.83% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวน 89,117 ล้านบาท คิดเป็น 4.95% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 5

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการแก้ไขหนี้ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด ด้วยการจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ปี 2567 และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ให้ได้รับความช่วยเหลือปรับลดดอกเบี้ย และลดเงินงวด ส่วนการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 151,138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.68% หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 169.59% สะท้อนถึงความมั่นคงและพร้อมในการรองรับผลกระทบในอนาคต และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือนพฤศจิกายน 2567 อยู่ที่ระดับแข็งแกร่งที่ 15.88% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.50% 

ปัจจัยหลักที่ทำให้ ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เป็นจำนวนมาก เกิดจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ด้วยการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือประเภทละ 0.01% และการเพิ่มเพดานราคาซื้อขายที่อยู่อาศัยจากเดิมที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นวงเงินไม่เกิน 7 ล้านบาท ประกอบกับมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการขอสินเชื่อระยะยาวมากขึ้น 

นอกจากนี้ ธอส. ยังจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มอาชีพ ทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Social Solution สำหรับผู้มีรายได้น้อยและผลิตภัณฑ์สินเชื่อในกลุ่ม Business Solution สำหรับผู้มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไป อาทิ โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33,39 หรือ 40 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรกเพียง 1.59% ต่อปี

สินเชื่อบ้าน Happy Home สำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก เท่ากับ 3.00% ต่อปี, มาตรการสินเชื่อซื้อ-สร้าง สำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก เท่ากับ 3.00% ต่อปีและมาตรการสินเชื่อซ่อม-แต่ง สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่ต้องการกู้เพิ่มวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 3 ปี เพียง 1.00% ต่อปี และสินเชื่อบ้าน 71 ปี ธอส. อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรกเพียง 0.71% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 2.71% เป็นต้น 

สำหรับในปี 2568 ธอส. คงเดินหน้าสนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น ตามนโยบายของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านการมีที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ด้วยการจัดทำสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่อง และสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม 

อาทิ โครงการบ้าน ธอส. สร้างสุขเพื่อผู้สูงวัย ปี 2568 อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง1.90% ต่อปี เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก เพียง 2.50%, โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อคนพิการ ปี 2568 อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ 2.25% ต่อปี และสินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ปี 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่ช่วยประหยัดพลังงาน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 2.20% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เพียง 2.90% โดย ธอส. ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2568 อยู่ที่ 250,603 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ธอส. ยังดูแลลูกค้าผ่านมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้ายังคงรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป โดยผู้ที่สนใจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำของ ธอส. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ G H Bank Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap