‘พิชัย’ หารือทูตอินเดีย-ตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าเพื่อลดอุปสรรค

2025-01-10    IDOPRESS

“พิชัย” หารือทูตอินเดีย เตรียมตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ระหว่างรัฐมนตรีการค้าสองประเทศ เพื่อเร่งลดอุปสรรคการค้า-ขยายการลงทุน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พบหารือกับนายนาเกช ซิงค์ เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ถึงแนวทางขยายการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับอินเดีย โดยเห็นพ้องที่จะร่วมกันลดอุปสรรคการค้าเพื่อความคล่องตัวในการค้าขายระหว่างกัน

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่าอินเดียถือว่าเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก มีการขยายตัวของ GDP เฉลี่ยร้อยละ 7-8 และที่ผ่านมาพบว่ามีการค้าการลงทุนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับจีน จึงอยากให้มีการยกระดับการเจรจาในรูปแบบ JTC หรือ คณะกรรมการร่วมทางการค้าระหว่างกัน โดยเอกอัครราชทูตอินเดียจะไปเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะยังมีข้อตกลงเล็กน้อย ระหว่างไทยกับอินเดียที่ยังตกลงกันไม่ได้ คาดว่าจะมีการเจรจากันได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ ก่อนที่นายนเรนทรา โมที นายกรัฐมนตรีของอินเดีย จะเดินทางมาเยือนไทยในช่วงกลางปี 68 อยากให้ไทยเป็นจุดเชื่อมให้อินเดียในการเปิดประตูการค้าสู่ภูมิภาคอาเซียนและจีนได้

โดยไทยได้ขอให้อินเดียเร่งรัดกระบวนการออกใบรับรองมาตรฐานสำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ เครื่องปรับอากาศ เม็ดพลาสติก ไม้พาทิเคิลบอร์ด ไม้เอ็มดีเอฟ และเส้นใยเรยอน ลดข้อจำกัดในการออกใบอนุญาตนำเข้ายางล้อและโทรทัศน์สี

นอกจากนี้ ได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนและร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อให้การเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน–อินเดีย สรุปผลอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 68 ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งเสนอแนะให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณาสานต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย–อินเดีย เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนให้ขยายตัวตามศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของไทยและอินเดีย สอดรับกับนโยบายรัฐบาลไทยที่จะยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) กับอินเดีย ทั้งยังได้เชิญชวนนักลงทุนอินเดียเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยเฉพาะการจัดตั้ง Data Center

นายพิชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นควรที่จะจัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ระหว่างรัฐมนตรีการค้าสองฝ่าย เพื่อหารือเชิงนโยบายครอบคลุมเศรษฐกิจการค้าในหลายมิติ ทั้งการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน เนื่องจากการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับอินเดียมีมูลค่าการค้าสูงและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มีกลไกความตกลงการค้าเสรีทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่งการขับเคลื่อนและผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการอำนวยความสะดวกทางการค้าในระดับนโยบายจะเอื้ออำนวยประโยชน์และเพิ่มพูนความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ไทยและอินเดียยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าขั้นกลาง อาทิ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรกล ชิ้นส่วนรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง สิ่งทอ และไม้แปรรูป ซึ่งเป็นสินค้าศักยภาพที่มีความเกื้อกูลกันของทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน เสมือนเป็นฐานการผลิตเดียวกันในภูมิภาค นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าทั้งในไทยและอินเดีย เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ขยายโอกาสทางการค้า ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกันสองฝ่ายเห็นควรเร่งสนับสนุนระบบชำระเงินข้ามแดนระหว่างพร้อมเพย์ของไทยและ UPI ของอินเดีย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายของผู้บริโภค เป็นเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้กับภาคการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ

โดยอินเดียเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยช่วง 11 เดือนของปี 67 (ม.ค.-พ.ย.) การค้ารวมมีมูลค่า 15,797.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 6.06 แบ่งเป็นการส่งออกไปอินเดียมูลค่า 10,497.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และการนำเข้าจากอินเดียมีมูลค่า 5,299.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญจากอินเดีย อาทิ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ โดยไทยได้เปรียบดุลการค้ามูลค่า 5,197.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap