Orderly Network คริปโตสัญชาติไต้หวัน เล็งเข้าลงทุนไทยปีหน้า

2024-11-18    HaiPress

จับตา Orderly Network คริปโตสัญชาติไต้หวัน เล็งจับมือ บิทคับ ขยายลงทุนในไทยดันยอดเทรดรายวันพุ่งขึ้น 10 เท่า

นาย แรน ยี่ หุ้นส่วนและผู้ก่อตั้ง บริษัท ออร์เดอรี่ เน็ตเวิร์ค จำกัด แพลตฟอร์ม ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิตอลทุกประเภทแบบกระจายอำนาจ เปิดเผยว่า ในปี2568 ตั้งเป้าหมายมียอดการซื้อขายรายวันถึง 2.5พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราเติบโต 10 เท่า และมีแผนจะมาลงในไทยครั้งแรกโดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา เนื่องจากมองว่าไทยมีศักยภาพอย่างมากในการเป็นศูนย์กลางคริปโตในภูมิภาค และการเปิดตลาดในไทยครั้งนี้ จะร่วมจับมือกับบิทคับ ถือเหรียญOrderly สามารถซื้อขายได้ที่แพทฟอร์มของบิทคับได้

ทั้งนี้ Orderly Network เป็นธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์ม ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิตอลทุกประเภทแบบกระจายอำนาจ (Decentralized Exchange Infrastructure) โดยส่งเสริมการซื้อขายสินทรัพย์ทุกประเภท เช่น Nasdaq บนบล็อกเชนที่มีกลุ่มนักลงทุนทั่วไปและผู้ที่ถือโทเค็นเป็นเจ้าของ ซึ่งเราเองได้ดำเนินการซื้อขายมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมกว่า 86 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และในขณะนี้ เรามี 8 เชนที่กำลังใช้งานอยู่ และจะขยายไปยัง Solana ภายในเดือนนี้ด้วย

ทั้งนี้ Orderly Network ยังเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานสภาพคล่องบนคลาวด์ที่มีความทันสมัยที่สุด เพราะเราได้ทำการปฏิวัติ DeFi หรือ ระบบการเงินแบบกระจายอำนาจ โดยการรวมการซื้อขายข้ามเชนไว้ในสมุดคำสั่งซื้อเดียวที่ใช้ร่วมกัน และ เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างไร้ขีดจำกัด จึงได้สร้างสภาพคล่องที่ใช้ร่วมกันขึ้นเพียงที่เดียว ซึ่งช่วยทำให้สภาพคล่องมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรองรับเชนไหนที่มีสภาพคล่องต่ำ ก็จะสามารถดึงสภาพคล่องจากเชนที่มีมากกว่ามาใช้เพิ่มสภาพคล่องของตนเองได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

และการใช้คำสั่งเดียวร่วมกันยังช่วยลดระยะเวลาช่วงราคา Orderly Chain ที่ถูกสร้างขึ้นบน OP Stack และยังได้มีการใช้ Celestia สำหรับการจัดเก็บข้อมูลและ LayerZero เป็นโปรโตคอลที่จะเข้ามาแก้ปัญหาและช่วยยกระดับการโอนเหรียญและข้อมูลข้ามเชน เพื่อให้มั่นใจว่าการประมวลผลธุรกรรมใด ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น

ปัจจุบัน Orderly ให้บริการสภาพคล่องที่แข็งแกร่งในเชนหลัก เช่น Arbitrum,Base,Mantle,Ethereum Mainnet,OP,Polygon และ Solana นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้บรรดานักลงทุนและการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ สามารถเข้าถึงตลาดกว่า 50 แห่งผ่านโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายที่รวมเป็นหนึ่งเดียวนี้อีกด้วย

อย่างไรก็ดี คาดว่า DeFi แบบ Omnichain หรือการเงินแบบกระจายอำนาจที่จะดึงสภาพคล่องจากหลาย ๆ บล็อกเชนรวมถึงแหล่งที่มาแบบรวมศูนย์กลางเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งหมดเข้าด้วยกันนี้จะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในปี 2025 ด้วยความสามารถในการเสนอราคาที่ดีขึ้นและสภาพคล่องที่ลึกขึ้นจะช่วยแก้ปัญหาสำคัญที่เครือข่ายกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือการกระจายตัวของสภาพคล่องได้

ทั้งนี้ ความสามารถในการเข้าถึงสภาพคล่องตามความต้องการ หรือ การวางสภาพคล่องที่สามารถจะกำหนดให้อยู่ใน Range ที่ต้องการได้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน และสร้างโอกาสในการทำกำไรจากช่องว่างระหว่างราคาตลอดจนผลตอบแทนในระบบที่มีหลาย ๆ บล็อกเชน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสภาพคล่องจาก CEX หรือการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลแบบรวมศูนย์ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัดผ่านบล็อกเชน ส่งผลให้ประสบการณ์ในการซื้อขายดียิ่งขึ้นและไม่ต้องเสี่ยงในการเก็บไว้

ในส่วนการดำเนินงานของ Orderly Networkในปี 2024 ได้เปิดตัว omnichain บน 8 บล็อกเชน และมียอดการซื้อขายรวมกันมากกว่า  86 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้มีผู้พัฒนา DEX มากกว่า 30 รายบน Orderly  เราจะเป็นโปรโตคอลของรายการคำสั่งซื้อขายแห่งแรกและแห่งเดียวที่รวมสภาพคล่องระหว่าง Solana และ EVM chains ไว้ด้วยกัน

สำหรับแผนการดำนินงาน ในปี68 ที่จะมียอดการซื้อขายรายวันถึง 2.5 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐนั้น คิดเป็นการเติบโตประมาณ 10 เท่าจากปัจจุบัน ซึ่งเชื่อว่าการปล่อยเชนใหม่ ๆ ออกมา การเป็นพันธมิตรกับผู้พัฒนารายใหญ่ และการเปิดให้ใช้งานแบบอิสระ ไร้ข้อจำกัดจะช่วยผลักดันการเติบโตของเราได้ และมีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางของตลาดคริปโตได้ ในอนาคตได้

นอกจากนี้ ทางOrderly Network เป็นธุรกิจแบบกระจายศูนย์ที่มีทีมงานระดับโลกที่สามารถทำงานจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมแล้วจะเปิดรับสมาชิกใหม่ๆ โดยเฉพาะสมาชิกจากประเทศไทย เพื่อมาทำงานกับเราในการขยาย DeFi และหากมีโอกาสที่เหมาะสมในการขยายสำนักงานในประเทศไทย เราก็พร้อมพิจารณาอย่างแน่นอน

สำหรับการลงทุนซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล หรือ คริปโต สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการเข้ามาศึกษาตลาดคริปโต แนะนำว่าควรที่จะเลือกลงทุนกับเหรียญใหญ่ๆที่มีศักยภาพ อย่าไปลงทุนกับเหรียญคริปโตรายเล็กๆ เพราะเหรียญเล็กๆ น้อยๆ มีความเสี่ยงสูง โอกาสจะขาดทุนมีมาก สุดท้าย แนะนำว่า การลงทุนมีความเสี่ยง“อย่าลงทุนเกินกว่าที่จะยอมเสียได้” และต้องศึกษาให้ดีก่อนลงทุน อย่างไรก็ดี DeFi เป็นตลาดที่ยอดเยี่ยมและมีโอกาสในการเติบโตที่ดี แต่การเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ อย่างการศึกษาหาความรู้ และค่อย ๆ ขยายพอร์ตโฟลิโอเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า

และเพื่อป้องกันการหลอกหลวงจากมิจฉาชีพ แนะนำว่า เราไม่ควรเปิดเผยข้อมูลหรือรหัสส่วนตัวแก่ผู้ใด และหากมีสถานการณ์ใดที่มันดูดีเกินไป นั่นอาจจะเป็นการหลอกลวงได้ ควรอ่านข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่คุณสนใจลงทุน และที่ดียิ่งกว่านั้นคือเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีของโปรเจกต์นั้น ๆ ด้วย เพื่อเข้าสู่โลกคริปโตได้ง่าย ๆขึ้น ปัจจุบันจะมีคริปโตที่น่าสนใจหลายตัว เช่น การลงทุนในเหรียญมีม Meme Coins หรือสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างจากเรื่องตลกบนอินเทอร์เน็ตจนเป็นกระแส จะสนุกและไม่มีความซับซ้อนเหมือนโปรเจกต์ DeFi แบบดั้งเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง เราจึงต้องมีความรอบคอบอยู่เสมอ

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap