ส.อ.ท.เสนอรัฐคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติต้องจดทะเบียนในไทย

2024-10-22    HaiPress

ส.อ.ท. เสนอรัฐกำหนดเงื่อนไขแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติต้องจดทะเบียนในไทย

วันที่ 21 ต.ค. หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 41 ในเดือนตุลาคม 2567 ภายใต้หัวข้อ “แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขายสินค้าราคาถูกบุกไทย อุตสาหกรรมจะรับมืออย่างไร” พบว่าผู้บริหาร ส.อ.ท. ที่ตอบแบบสำรวจถึง 35.1% มียอดขายลดลงจากการเข้ามาของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขายสินค้าถูกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

ซึ่งสินค้าที่ขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซบางรายการอาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ตรงปก ทำให้ผู้บริโภคสูญเสียเงิน ตลอดจนมีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคสินค้าด้วย

ดังนั้นผู้บริหาร ส.อ.ท. จึงเสนอให้ภาครัฐกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากต่างประเทศจะต้องจดทะเบียนนิติบุคคลและมีสำนักงานในไทยเพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และมีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด รวมทั้งกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรับผิดชอบในการคืนสินค้า กรณีสินค้าไม่ได้คุณภาพหรือไม่ตรงปก

อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจพบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ยังมองว่า สินค้าไทยยังสามารถแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้ แต่ผู้ประกอบการไทยจะต้องเร่งปรับตัวเพื่อพัฒนาและสร้างจุดแข็งให้กับสินค้า โดยเฉพาะการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ การนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมายกระดับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจในการส่งเสริมสินค้าที่ผลิตในประเทศและการเปิดตลาดไปยังต่างประเทศ

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 175 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 46 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 41 จำนวน 6 คำถาม ดังนี้

1.แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขายสินค้าราคาถูกส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าอย่างไร


-อันดับ 1 : ไม่ได้รับผลกระทบ 47.4%


-อันดับ 2 : ลดลง 35.1%


-อันดับ 3 : เพิ่มขึ้น 17.5%

2.แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขายสินค้าราคาถูกมีผลกระทบเชิงบวกอย่างไร


-อันดับ 1 : เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการเข้าถึงสินค้าจากโรงงานโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง 65.7%


-อันดับ 2 : เร่งให้ผู้ประกอบการไทยต้องมีการปรับตัวพัฒนาธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ 64.0%


-อันดับ 3 : ส่งเสริมตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศให้ขยายตัว ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) 26.3%


-อันดับ 4 : ช่วยลดต้นทุนในการบริหารสินค้าคงคลังให้แก่ผู้ประกอบการที่สั่งสินค้ามาจำหน่ายในประเทศ 13.1%

3.แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขายสินค้าราคาถูกจะส่งผลกระทบเชิงลบในเรื่องใด


-อันดับ 1 : สินค้าที่ไม่มีมาตรฐานและคุณภาพเข้ามาในประเทศ ส่งผลถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและทำให้เกิดภาระในการกำจัดขยะ 61.7%


-อันดับ 2 : ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาและทำให้ถูกแย่งส่วนแบ่งการตลาด 44.6%


-อันดับ 3 : ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมในประเทศ 41.7%


-อันดับ 4 : กระทบต่อกำไรของผู้ประกอบการในประเทศ เนื่องจากต้องปรับลดราคา และต้นทุนเพื่อแข่งขัน 26.9%

4.ภาครัฐควรมีการกำกับดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างไร


-อันดับ 1 : กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จากต่างประเทศต้องจดทะเบียนนิติบุคคลและมีสำนักงานในไทย เพื่อจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 67.4%


-อันดับ 2 : บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด เปิดช่องทางให้ร้องเรียนได้สะดวกและกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบริหารจัดการการคืนสินค้ากรณีสินค้าไม่ได้คุณภาพหรือไม่ตรงปก 46.9%


-อันดับ 3 : บังคับให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องมีการแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน รวมทั้งฉลากบนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ 45.1%


-อันดับ 4 : ควรมีการตรวจสอบการใช้ระบบชำระเงิน (Payment) ออกไปยังต่างประเทศ โดยบังคับให้เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 26.3%

5.ภาคเอกชนควรปรับตัวรับมือกับการเข้ามาของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขายสินค้าราคาถูกอย่างไร


-อันดับ 1 : พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์และการนำเทคโนโลยีนวัตกรรม มายกระดับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ 57.7%


-อันดับ 2 : สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจในการส่งเสริมสินค้า ที่ผลิตในประเทศและการเปิดตลาดสินค้า 48.6%


-อันดับ 3 : การใช้แนวคิดความคิดสร้างสรรค์ (Creative & Design) เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์และให้ความสำคัญกับการจดสิทธิบัตร 34.9%


-อันดับ 4 : การสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับและพัฒนาบริการหลังการขาย 32.0%

6.อุตสาหกรรมสามารถแข่งขันกับสินค้าราคาถูกที่เข้ามาผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้หรือไม่


-อันดับ 1 : สามารถแข่งขันได้ 80.7%


-อันดับ 2 : ไม่สามารถแข่งขันได้ 19.3%

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap