‘เฟตต้า’ วอนรัฐออกกฎหมายเอื้อเอกชน ยืดค่าเหยียบแผ่นดินไปก่อน

2024-09-17    HaiPress

‘เฟตต้า’ เตรียมยื่นสมุดปกขาว รมว.ท่องเที่ยวฯ วอนรัฐออกกฎหมายเอื้อเอกชน ขอเลื่อนเก็บค่าเหยียบแผ่นดินออกไปก่อน ชี้ไทยยังต้องการนทท.

ายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอรัฐบาลให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว โดยให้นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานการท่องเที่ยวและทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะการท่องเที่ยวมีความเกี่ยวโยงกับหลายภาคส่วน อาทิ ความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกของนักท่องเที่ยวที่ความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยและตำรวจ เป็นต้น รวมถึงสานต่อนโยบายเดิมที่รัฐบาลชุดก่อนทำไว้เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน โดยเฉพาะนโยบายส่งเสริมเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) อยากให้รัฐบาลสั่งการตรงผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพราะผู้ว่าฯ เป็นคนในพื้นที่จะมีความรู้ความเข้าใจพื้นที่ รู้ว่าจังหวัดมีความพร้อมหรือขาดอะไร ควรพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ห้องน้ำ หรือระบบอำนวยความสะดวกอย่างไร

“เร่งยกระดับการท่องเที่ยว ทั้งความแหล่งท่องเที่ยว ความปลอดภัย และบุคลากร เพื่อแข่งขันกับต่างชาติ เพราะการท่องเที่ยวเราต้องแข่งกับหลายประเทศ เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจหลัก ในการดึงรายได้เข้าประเทศ ส่วนนโยบายส่งเสริมเมืองน่าเที่ยวอยากให้มุ่งไปที่เมืองที่มีความพร้อมทั้งสนามบิน แหล่งท่องเที่ยว โรงแรมก่อน แล้วกระจายไปเมืองรอบๆ ไม่ใช่ส่งเสริมพร้อมกันทั้ง 55 จังหวัด เพราะในการทำงานมันไม่สามารถทำได้พร้อมกัน”  ายศิษฎิวัชร กล่าว

ขณะที่มาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือค่าเหยียบแผ่นดินให้ชะลอไปก่อน เนื่องจากช่วงนี้นักท่องเที่ยวกำลังฟื้นกลับมา ประกอบกับไทยยังต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว เพราะจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความไม่สะดวกใจในการเดินทางเข้าไทยและเปลี่ยนไปท่องเที่ยวเที่ยวประเทศอื่น การจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน300บาท มองว่าไม่คุ้มกับรายได้ที่เราจะได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย40,000 – 50,000บาทต่อคนต่อทริปที่จะเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ ส่วนในอนาคตหากมีนักท่องเที่ยวถึง70 – 80ล้านคน ค่อยเริ่มเก็บค่าเหยียบแผ่นดินดีกว่า เพื่อที่จะชะลอการเดินทางของนักท่องเที่ยวไม่ให้ความสามารถในการรองรับของประเทศ

ายศิษฎิวัชร  กล่าวว่า ในฐานะกรรมการสมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทยหรือเฟตต้า อยากให้รัฐบาลพิจารณากรรมหมายที่ไม่เอื้อต่อการทำงานของภาคเอกชน มีข้อจำกัดที่มากเกินไปจนไม่สามารถขยับได้ เช่น การบังคับใช้ระบบใบสั่งงานมัคคุเทศก์ออนไลน์ ที่จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 โดยบริษัทนำเที่ยวต้องจัดทำใบสั่งงานมัคคุเทศก์ ผ่านแพลตฟอร์ม Thailand Smart Tour (TST) และยกเลิกการออกใบสั่งงานมัคคุเทศก์แบบกระดาษโดยสิ้นเชิง หากมัคคุเทศก์ถูกตรวจสอบ จะต้องแสดงใบสั่งงานมัคคุเทศก์ผ่านแอพพลิชั่น Application TST นี้เท่านั้น  ซึ่งจากการทดลองใช้งานพบว่ามีความยุ่งยากจึงอยากให้เลื่อนวันประกาศใช้ออกไปก่อน  

รวมถึงพิจารณาจัดตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาแก้ไข ระเบียบ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดให้มีการส่งใบสั่งงานมัคคุเทศก์ (Job Order) เนื่องจากใบสั่งงานมัคคุเทศก์ไม่สามารถป้องกันไกด์เถื่อนต่างชาติได้จริง รวมถึงเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ต้องได้รับโทษทางอาญาเป็นจำนวนมากอีกด้วย เพราะมัคคุเทศก์ที่ทำงานกับบริษัททัวร์มีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว และปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก็เปลี่ยนไปจากเดิมที่นักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์คิดเป็นสัดส่วน 70% และที่เหลืออีก 30% เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเองหรือเอฟไอที แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์คิดเป็นสัดส่วนเหลือเพียง 30% และอีก 70% เป็นเอฟไอที ดังนั้นการตรวจสอบมัคคุเทศก์จึงไม่น่าจะยากและควรอกแบบระบบที่ดีกว่านี้ นอกจากนี้เฟตต้ายังเตรียมสมุดปกขาวเพื่อเสนอให้รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวพิจารณาต่อไป

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ลิงค์ที่เป็นมิตร

Back to top

ล่าสุด

รถยนต์คันที่ 30 ล้านผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว! GAC ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับผู้ใช้งานทั่วโลก UNDP และ TAILG ลงนาม MoU สำหรับโครงการการเดินทางสีเขียวคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแอฟริกาและทั่วโลก งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 เครือข่ายชีวิตไทย      ติดต่อเรา   SiteMap